คุณสมบัติของนักออกแบบ

0

“เราเป็นมากกว่าบริษัทออกแบบ เพราะนอกจากเสนองานออกแบบและตกแต่งแล้ว เรายังให้ความรู้ทางการตลาดควบคู่ไปด้วย เพราะมันคือสิ่งสำคัญสำหรับการเปิดร้านเพื่อธุรกิจ”

คุณสมบัติของนักออกแบบ

คุณสมบัติของนักออกแบบ

คุณสมบัติของนักออกแบบ | ✅เลือกคนออกแบบที่คุ้มค่าและเข้าใจคุณที่สุด

คุณสมบัติของนักออกแบบ การเลือกนักออกแบบไม่ได้เป็นเพียงการหาคนมาวาดแบบให้สวยงามเท่านั้นนะครับ แต่คือการมองหา “คู่คิด” ที่มีความเข้าใจทั้งศาสตร์และศิลป์ในการใช้ชีวิต คุณสมบัติของนักออกแบบที่ดี จึงต้องประกอบไปด้วยทักษะการแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบที่ครอบคลุมไปถึงการบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า นักออกแบบมืออาชีพจะช่วยเปลี่ยนจินตนาการของคุณให้เป็นพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง พร้อมทั้งมอบความสบายใจผ่านการทำงานที่เป็นระบบ

.

.

🔍 ความจริงของความแตกต่าง ทำไมคุณต้องคัดสรรนักออกแบบอย่างละเอียด

1. ทักษะการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ได้มีในทุกคน (Creative Problem Solving)

นักออกแบบหลายคนมักติดอยู่กับ “Format” หรือรูปแบบเดิมๆ ที่เคยทำมา ซึ่งเราอาจเรียกว่าเป็นนักออกแบบสาย “Copy & Paste” ที่เน้นการนำเรฟเฟอเรนซ์จากอินเทอร์เน็ตมาวางทับลงในพื้นที่ของคุณ โดยไม่ได้วิเคราะห์พื้นฐานของแสง ทิศทางลม หรือพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้อยู่อาศัย ความแตกต่างที่ชัดเจนของนักออกแบบระดับมืออาชีพคือ ทักษะการแก้ปัญหา (Problem Solving) พวกเขาไม่ได้มองแค่ความสวยงาม แต่ต้องรู้ว่าจะจัดการกับพื้นที่จำกัดอย่างไรให้ดูโปร่ง หรือจะเลือกใช้วัสดุอย่างไรให้ทนทานภายใต้งบประมาณที่กำหนด ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่การวาดภาพสวย แต่คือการสร้างสรรค์ “โซลูชัน” ที่ตอบโจทย์เฉพาะตัวบุคคล ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องอาศัยทั้งพรสวรรค์และประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน

.

2. ทักษะการฟังและการถอดรหัสความต้องการ (Empathetic Listening)

หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ลูกค้ามักเจอคือนักออกแบบที่ “ออกแบบเพื่อตัวเอง” หรือออกแบบเพื่อเอาไปลงพอร์ตโฟลิโอให้ดูเท่ แต่กลับไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ความแตกต่างของนักออกแบบที่มีคุณภาพคือ ทักษะการฟังอย่างมีวิสัยทัศน์ พวกเขาต้องสามารถถอดรหัสคำพูดที่กำกวมของลูกค้าให้กลายเป็นฟังก์ชันที่จับต้องได้ นักออกแบบที่ขาดทักษะนี้มักจะยัดเยียดสไตล์ที่ตัวเองถนัด หรือเพิกเฉยต่อความต้องการเล็กๆ น้อยๆ ของผู้ใช้งานจริง การคัดสรรนักออกแบบที่ “คุยภาษาเดียวกับคุณ” และพร้อมจะปรับจูนไอเดียไปพร้อมกันจึงสำคัญมาก เพราะบ้านคือที่อยู่อาศัยของคุณ ไม่ใช่ห้องโชว์รูมของนักออกแบบ

.

3. ความเข้าใจในเรื่องวัสดุและการนำไปก่อสร้างได้จริง (Technical Feasibility)

นักออกแบบที่มีเพียง “ไอเดีย” แต่ขาดความรู้ด้านการก่อสร้าง มักจะสร้างปัญหาใหญ่ในภายหลัง แบบที่เขียนออกมาอาจจะดูสวยงามเพอร์เฟกต์ในกระดาษ แต่ในความเป็นจริงกลับไม่สามารถก่อสร้างได้ หรือต้องใช้งบประมาณบานปลายเกินความจำเป็น ความแตกต่างระหว่างนักออกแบบทั่วไปกับนักออกแบบที่มีความเป็นมืออาชีพสูง คือความเข้าใจใน ความเป็นไปได้ทางเทคนิค (Feasibility) และการบริหารจัดการงบประมาณ นักออกแบบที่เก่งจริงจะรู้ว่าวัสดุชิ้นไหนให้ความรู้สึกแบบเดียวกันในราคาที่ประหยัดกว่า หรือโครงสร้างแบบไหนที่ช่างสามารถทำได้จริงโดยไม่เกิดปัญหาการทรุดตัวหรือรั่วซึมในอนาคต การเลือกนักออกแบบที่ทำงานควบคู่กับทีมก่อสร้าง (เช่น ระบบ Turnkey) จึงมักจะได้งานที่ตรงปกและอยู่ในงบประมาณมากกว่า

.

4. ความรับผิดชอบและการบริหารจัดการโครงการ (Professionalism)

ไอเดียที่ดีจะไร้ค่าทันทีหากนักออกแบบขาดความรับผิดชอบและการจัดการที่เป็นระบบ ความจริงที่เจ็บปวดคือมีนักออกแบบจำนวนไม่น้อยที่ “ทิ้งงาน” หรือทำงานล่าช้าเนื่องจากรับงานซ้อนจนจัดการเวลาไม่ได้ ความแตกต่างของนักออกแบบที่ควรค่าแก่การจ้างคือความมีมืออาชีพ (Professionalism) ซึ่งรวมไปถึงการส่งงานตรงเวลา การทำเอกสารสัญญาที่ชัดเจน และการติดตามผลงานจนจบโปรเจกต์ การคัดสรรนักออกแบบที่มีระบบบริษัทรองรับ หรือมีกระบวนการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน จะช่วยลดความเสี่ยงที่งานจะหยุดชะงัก และทำให้กระบวนการตกแต่งบ้านที่ดูยุ่งยากกลายเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นและน่าจดจำ

.

คุณสมบัติของนักออกแบบ
นักออกแบบ(สถาปนิก,มัณฑนากร)ไม่ไช่จะเก่งทุกคนอย่างที่เข้าใจ แต่ต้องผ่านการคัดสรรอย่างดีที่สุด

.

คุณสมบัติของนักออกแบบ | 🏆 5 คุณสมบัติของนักออกแบบมืออาชีพสู่มาตรฐานที่เปลี่ยน “พื้นที่” ให้เป็น “มูลค่า”

การเลือกนักออกแบบไม่ใช่เพียงการหาคนมาวาดรูปสวยๆ แต่คือการคัดสรร “สถาปนิกทางความคิด” ที่จะเข้ามาบริหารจัดการทรัพยากร ทั้งพื้นที่ เวลา และงบประมาณของคุณให้เกิดประโยชน์สูงสุด นี่คือ 5 คุณสมบัติสำคัญที่เป็นเครื่องยืนยันว่าคุณกำลังฝากความหวังไว้กับมืออาชีพตัวจริง

.

1. อัจฉริยะด้านการจัดวางผัง (Master of Space Planning & Layout)

การจัดผังพื้น (Layout) คือกระดูกสันหลังของงานออกแบบ นักออกแบบที่ยอดเยี่ยมต้องสามารถวิเคราะห์ “Flow” หรือการเคลื่อนที่ภายในพื้นที่ได้อย่างขาดลอย หากเป็นที่พักอาศัย พื้นที่นั้นต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) เฉพาะตัวของเจ้าของบ้าน เช่น การเชื่อมต่อของห้องครัวกับส่วนรับประทานอาหารที่ลื่นไหล หรือการสร้างความเป็นส่วนตัวในจุดที่ควรมี แต่หากเป็นงานเชิงพาณิชย์ (Commercial Space) เช่น ร้านค้าหรือร้านอาหาร นักออกแบบต้องสวมหมวกของนักการตลาดไปพร้อมกัน โดยการวางผังที่สามารถ “สร้างเงิน” ได้จากทุกมุมมอง เช่น การจัดวาง Zoning ที่กระตุ้นให้ลูกค้าเดินผ่านสินค้าได้ทั่วถึง การเพิ่มจำนวนที่นั่งโดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด หรือการสร้างจุดถ่ายรูปที่ส่งเสริมการโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งทุกตารางเมตรต้องถูกคำนวณมาเพื่อผลตอบแทนทางธุรกิจที่คุ้มค่าที่สุด

.

2. ความคิดสร้างสรรค์ที่มาพร้อมเอกลักษณ์ (Creative Identity & Differentiation)

ในยุคที่ข้อมูลหาได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว นักออกแบบที่เก่งต้องก้าวข้ามการ “Copy & Paste” จาก Pinterest หรือนิตยสารทั่วไป คุณสมบัติที่สำคัญคือการมี “ลายเซ็น” หรือไอเดียที่แตกต่างจนเกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Unique Identity) นักออกแบบต้องสามารถนำบุคลิกของเจ้าของงาน หรือ DNA ของแบรนด์มาตีความใหม่ให้กลายเป็นงานดีไซน์ที่ไม่มีใครเหมือน การสร้างเอกลักษณ์นี้ไม่ใช่แค่ความแปลกประหยัด แต่คือการสร้าง “ความจำ” และ “อารมณ์ความรู้สึก” ให้กับผู้ที่เข้ามาสัมผัสพื้นที่ ซึ่งจะทำให้งานออกแบบนั้นดูทันสมัยและทรงคุณค่าไปอีกนานแสนนานโดยไม่จางหายไปตามกาลเวลา

.

3. ปรมาจารย์ด้านวัสดุและการบริหารงบประมาณ (Material Expertise & Budget Control)

หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของงานตกแต่งคือ “งบประมาณบานปลาย” นักออกแบบมืออาชีพจึงต้องมีความรู้เรื่องวัสดุ (Material Knowledge) อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่รู้ว่าอะไรสวย แต่ต้องรู้ว่าวัสดุใดสามารถทดแทนกันได้ในราคาที่ประหยัดกว่า (Value Engineering) เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูแพงและมีคุณภาพภายใต้งบประมาณที่จำกัด นักออกแบบต้องสามารถบริหารจัดการ “สเปก” ให้สอดคล้องกับเงินในกระเป๋าของเจ้าของงาน เช่น การเลือกใช้ลามิเนตลายไม้คุณภาพสูงทดแทนไม้จริงในจุดที่ไม่สัมผัสความชื้น หรือการใช้เทคนิคสีพ่นแทนการกรุวัสดุราคาแพง เพื่อให้งานออกแบบเสร็จสมบูรณ์ตามฝันโดยไม่มีปัญหางบประมาณติดขัดในภายหลัง

.

คุณสมบัติของนักออกแบบ
การประชุมนอกจากช่วยให้งานออกแบบมีประสิทธิภาพ ตรงตามงบ ตรงตามความต้องการแล้ว ยังแสดงถึงความเป็นมืออาชีพอีกด้วย

.

4. การออกแบบที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง (Technical Feasibility & Practicality)

นักออกแบบที่ดีต้องไม่ “ฟุ้ง” จนกู่ไม่กลับ แบบที่สวยงามเพียงในรูปเรนเดอร์แต่สร้างจริงไม่ได้ หรือสร้างได้แต่ใช้งานลำบาก ถือเป็นงานออกแบบที่ล้มเหลว คุณสมบัติที่สำคัญคือต้องเข้าใจ “วิศวกรรมการก่อสร้าง” แบบที่เขียนออกมาต้องสามารถสร้างได้จริง มีความแข็งแรงทนทาน และต้องคำนึงถึงการบำรุงรักษาในระยะยาว (Maintenance) เช่น การซ่อนระบบไฟที่สามารถเซอร์วิสได้ง่าย การเลือกวัสดุพื้นผิวที่ไม่เก็บฝุ่น หรือการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่รองรับสรีระการใช้งานจริง (Ergonomics) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยป้องกันปัญหาปวดหัวที่จะตามมาในอนาคตหลังจากส่งมอบงานไปแล้วหลายปี

.

5. ทักษะการแก้ปัญหาโครงสร้างและพื้นที่เฉพาะตัว (Structural Adaptation & Problem Solving)

โดยเฉพาะในงานรีโนเวท (Renovation) หรือพื้นที่เปล่าที่มีรูปทรงแปลกประหลาด นักออกแบบต้องมีความสามารถในการ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” ความเข้าใจในโครงสร้างเดิมเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อที่จะปรับปรุงโดยไม่กระทบต่อความปลอดภัย และสามารถแก้ไขข้อจำกัดของพื้นที่ เช่น เสาขนาดใหญ่ที่ขวางทาง หรือฝ้าเพดานที่เตี้ยเกินไป ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานดีไซน์ที่ดูจงใจและสวยงาม นักออกแบบที่มีคุณสมบัตินี้จะสามารถเปลี่ยนพื้นที่ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดด้อย ให้กลายเป็นจุดเด่นที่สุดของงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

.

.

⚠️ 5 ความเสียหายรุนแรงที่คุณอาจต้องเผชิญหากตัดสินใจเลือกนักออกแบบผิด

1. งบประมาณบานปลายจากแผนงานที่ไม่รัดกุม (Financial Drainage and Hidden Costs)

ความเสียหายที่เห็นชัดเจนที่สุดคือเรื่องของ “เงิน” นักออกแบบที่ขาดประสบการณ์มักจะคำนวณงบประมาณผิดพลาดตั้งแต่ต้น หรือที่ร้ายกว่านั้นคือการเลือกใช้วัสดุที่ไม่สอดคล้องกับงบประมาณจริงของเจ้าของงาน (Lack of Value Engineering) เมื่อเริ่มก่อสร้างจริง คุณจะพบกับค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่ได้ระบุไว้ในแบบ หรือที่เรียกว่า “งานเพิ่ม” (Change Orders) ที่เกิดขึ้นเพราะแบบไม่เคลียร์ หรือต้องเปลี่ยนวัสดุหน้างานเนื่องจากวัสดุที่เลือกมานั้นราคาสูงเกินไปหรือหาไม่ได้ในตลาด ความผิดพลาดนี้จะทำให้งบประมาณที่คุณตั้งไว้พุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ และในบางกรณีอาจร้ายแรงจนทำให้งานก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงเพราะงบประมาณหมดกลางคัน

.

2. ดีไซน์ที่สวยแต่รูปแต่ใช้งานจริงไม่ได้ (Functional Failure and Poor Ergonomics)

ความหายนะอย่างหนึ่งของงานตกแต่งคือ “แบบที่ดูสวยในกระดาษแต่สร้างปัญหาในการใช้ชีวิต” นักออกแบบที่เน้นแต่ความสวยงาม (Aesthetics) โดยละเลยหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) และพฤติกรรมการใช้งานจริง จะทำให้คุณได้บ้านที่อยู่แล้วอึดอัด เช่น ความสูงของเคาน์เตอร์ครัวที่ไม่สัมพันธ์กับส่วนสูงของผู้ใช้, ปลั๊กไฟที่อยู่ในตำแหน่งที่เฟอร์นิเจอร์บัง, หรือทางเดินที่แคบจนเกินไปจนเดินสวนกันลำบาก ปัญหาเหล่านี้หากเกิดขึ้นแล้วการแก้ไขในภายหลังจะเป็นเรื่องยากและเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับโครงสร้างและงานระบบที่ถูกติดตั้งไปแล้ว ทำให้คุณต้องจำทนอยู่กับความไม่สะดวกสบายนั้นไปอีกนานหลายปี

.

3. ปัญหาโครงสร้างและความปลอดภัยในระยะยาว (Structural Risks and Safety Issues)

หากนักออกแบบขาดความรู้ด้านวิศวกรรมการก่อสร้าง โดยเฉพาะในงานรีโนเวท การออกแบบที่ฝืนโครงสร้างเดิมโดยไม่มีการคำนวณที่ถูกต้องอาจส่งผลร้ายแรงต่อความปลอดภัยของอาคารได้ เช่น การทุบผนังที่รับน้ำหนัก หรือการเพิ่มน้ำหนักบนพื้นมากเกินไปจากการเลือกวัสดุที่หนักเกินสเปก นอกจากนี้ การวางระบบไฟฟ้าและประปาที่ผิดพลาดจากการขาดความชำนาญ อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำรั่วซึมลงบนฝ้าเพดาน หรือไฟฟ้าลัดวงจรในอนาคต ความเสียหายประเภทนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเงินที่ต้องเสียไปกับการซ่อมแซม แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนในครอบครัว ซึ่งเป็นความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้

.

4. การสูญเสียเวลาและโอกาสทางธุรกิจ (Project Delays and Opportunity Loss)

สำหรับงานเชิงพาณิชย์ เช่น ร้านค้าหรือร้านอาหาร “เวลา” คือเงินทุกวินาที นักออกแบบที่ไม่มืออาชีพมักจะส่งงานล่าช้า แก้ไขแบบซ้ำซาก หรือส่งแบบที่ช่างก่อสร้างอ่านไม่รู้เรื่องจนต้องหยุดงานเพื่อรอเคลียร์แบบ ความล่าช้าในการเปิดร้านทำให้คุณสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้ และยังต้องแบกรับค่าเช่าที่หรือค่าจ้างพนักงานฟรีๆ ในระหว่างที่งานก่อสร้างยืดเยื้อ สำหรับงานบ้านทั่วไป ความยืดเยื้อจะทำให้อารมณ์ของการมีบ้านใหม่กลายเป็นความเครียดสะสม และอาจส่งผลต่อแผนการย้ายบ้านหรือภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น การเลือกนักออกแบบที่บริหารจัดการเวลาไม่เป็นจึงเป็นการทำลายแผนการดำเนินชีวิตของคุณอย่างรุนแรง

.

5. เอกลักษณ์ที่สูญหายและความไม่พึงพอใจในผลลัพธ์ (Loss of Identity and Aesthetic Regret)

ความเสียหายทางจิตใจที่รุนแรงที่สุดคือการที่คุณต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่ตัวคุณ นักออกแบบที่ “อีโก้สูง” หรือชอบ “ก๊อปปี้แบบ” มักจะยัดเยียดสไตล์ที่ตัวเองถนัดหรือทำตามกระแสโดยไม่ฟังความต้องการที่แท้จริงของคุณ ผลลัพธ์ที่ได้คือบ้านที่ดูสวยเหมือนบ้านตัวอย่างทั่วไปแต่ไร้เสน่ห์และขาดฟังก์ชันที่คุณต้องการจริงๆ เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะเริ่มรู้สึกไม่พึงพอใจและอยากรีโนเวทใหม่ ซึ่งเป็นการเสียเงินซ้ำซ้อน ความผิดพลาดในการเลือกนักออกแบบที่เคมีไม่ตรงกันหรือขาดความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริง จะทำให้ “บ้านในฝัน” ของคุณ กลายเป็นเพียง “อาคาร” หลังหนึ่งที่คุณไม่มีความสุขเมื่อก้าวเท้าเข้าไป

.

.

สรุปแล้ว นักออกแบบไม่ใช่เพียงแค่ทักษะการวาดแบบที่สวยงาม แต่คือการมีวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมทั้งการจัดวางผังพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ การมีไอเดียสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ การแก้ปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อน และความสามารถในการบริหารจัดการงบประมาณผ่านความรู้เรื่องวัสดุที่ลึกซึ้ง นักออกแบบมืออาชีพจะทำหน้าที่เป็น “คู่คิด” ที่ช่วยให้คุณก้าวข้ามความเสี่ยงเรื่องงบประมาณบานปลาย ปัญหาการใช้งานที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือความสวยงามที่ขาดฟังก์ชัน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางจิตใจได้อย่างยั่งยืน

คุณสมบัติของนักออกแบบ และสุดท้ายนี้ครับ คุณอย่าปล่อยให้บ้านหรือธุรกิจในฝันของคุณต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการเลือกผู้ออกแบบที่ขาดความเป็นมืออาชีพ เพราะความเสียหายจากการเลือกคนผิดนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่คุณจะคาดคิด ที่บริษัทของเรา เราให้ความสำคัญกับการคัดสรรนักออกแบบที่เปี่ยมด้วยคุณสมบัติครบถ้วนเพื่อดูแลโครงการของคุณในรูปแบบ Turnkey ที่มั่นใจได้ในคุณภาพตั้งแต่แบบร่างจนถึงการส่งมอบงานก่อสร้างจริง และที่คุ้มค่าที่สุดคือคุณสามารถรับสิทธิ์ “ออกแบบฟรี” โดยค่าออกแบบทั้งหมดที่คุณชำระในเบื้องต้น จะถูกนำกลับมาเป็นส่วนลดในใบเสนอราคาเมื่อคุณตกลงก่อสร้างและตกแต่งกับเรา ให้เราได้เป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณสร้างสรรค์พื้นที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดภายใต้งบประมาณที่กำหนด พร้อมเปลี่ยนจินตนาการของคุณให้เป็นจริงอย่างคุ้มค่าและไร้กังวลได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

>>ออกแบบกับ”บริษัท”ดียังไง คลิก

“เราเป็นมากกว่าบริษัทออกแบบ เพราะนอกจากเสนองานออกแบบและตกแต่งแล้ว เรายังให้ความรู้ทางการตลาดควบคู่ไปด้วย เพราะมันคือสิ่งสำคัญสำหรับการเปิดร้านเพื่อธุรกิจ” บริษัทเรารับออกแบบตกแต่งภายในร้านอาหารทุกประเภทด้วยมัณฑนากรมืออาชีพและทีมช่างคุณภาพประสบการณ์มากกว่า20ปี โดยท่านสามารถส่งความต้องการมาหาเราได้ตามช่องทางข้างล่างนี้

สนใจติดต่อ งานออกแบบตกแต่งภายในและรีโนเวทอาคาร กลับหน้าHOME

        • นัดดูหน้างานได้ที่ 095-864-6299
        • ส่งภาพหน้างานและพูดคุยได้ที่ Line
          เพิ่มเพื่อน
        • Email : thaimawee@hotmail.com
        • ติดตามเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/weeinterior

.

#คุณสมบัติของนักออกแบบ #เลือกนักออกแบบ #ออกแบบภายใน #InteriorDesign #ออกแบบฟรี #สร้างบ้าน #ตกแต่งภายใน #TurnkeyService #InteriorDesigner #บ้านในฝัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *